“กลิ่นปาก” ไม่ใช่เรื่องตลกของคนข้างๆ รู้แล้วรีบแก้ไขด่วน! ปัญหากลิ่นปาก เป็นปัญหาส่วนตัวที่มีผล ต่อคนรอบข้างอย่างมากมาย ยิ่งปากเหม็นมากเท่าไหร่ เพื่อนและคนรอบข้าง ก็อยากจะเบือนหน้าหนีมากเท่านั้น ที่สำคัญพวกเขา อาจไม่กล้าบอกคุณแต่จะค่อย ๆ ถอยห่างหายจากชีวิตคุณไปทีละคน ดังนั้น ควรสังเกตตัวเอง และแก้ปัญหากลิ่นปาก ให้ได้ก่อนที่จะสายเกินแก้

หากเราต้องพูดกับใคร แต่กลิ่นปากของเรา ดันเป็นปัญหาที่ทำให้คนที่สนทนาของเรา ต้องส่ายหน้าหนี โดยสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากนั้น มีมาจาก 2 สาเหตุใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ จาก “ภายในช่องปาก” และจาก “ภายนอกช่องปาก” โดยถ้าเกิดจากภายในช่องปาก คาดเดาได้เลยว่า อาจมีการเกิด แผลในช่องปาก ฟันผุ เป็นโรคเหงือกอักเสบ หรือมีอาการภูมิแพ้ รวมถึงถ้าใครดัดฟัน แล้วใส่เครื่องมือต่าง ๆ เอาไว้ ก็ถือว่าอยู่ในแกนนี้ ด้วยเช่นกัน ส่วนสาเหตุจากภายนอกช่องปาก จะมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตเป็นหลัก เช่น สูบบุหรี่ หรือ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประจำ หรือเป็นโรคบางอย่างเป็นต้น และเมื่อเกิดกลิ่นปากขึ้นแล้ว เราก็ควรรีบแก้ไข อย่าปล่อยให้เป็นจนคนอื่นเขา ต้องส่ายหน้าหนีเราจริง ๆ

ปัญหากลิ่นปากเกิดจากอะไร

กลิ่นปากเกิดจากแบคทีเรีย ที่ทำการย่อยเศษอาหาร ที่ตกค้างอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของปาก ทำให้เกิดการเน่าเสียของอาหาร และเกิดกลิ่นเหม็นขึ้น ดังนั้น ส่วนใดของปากคุณที่มีเศษอาหารหลงเหลืออยู่ แบคทีเรียก็ทำให้อาหารบูดเน่า และส่งกลิ่นตามมา สำหรับบริเวณที่อาหารหมักไปหมัก ก็คือ บริเวณใต้ลิ้น บริเวณร่องเหงือก ใต้ขอบเหงือก บริเวณที่อุดฟัน ครอบฟัน มีฟันผุ หรือ คนที่ใส่ฟันปลอม เป็นต้น นอกจากนี้ กลิ่นปากอาจเกิดจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ การเป็นโรคไซนัส ก็ได้เช่นกัน 

วิธีทดสอบว่ามีกลิ่นปากหรือไม่

1. หายใจเข้าให้เต็มปอด แล้วใช้มือป้องปาก และจมูกเอาไว้ จากนั้นพ่นลมหายใจออกมาจากปาก แล้วสูดลมหายใจเข้าทางจมูก จะรู้ได้ทันทีว่าปากคุณเหม็น หรือไม่?

2. ลองเลียมือ แล้วเอามาดม หรือจะใช้นิ้วถูกที่เหงือก แล้วนำมาดม เพื่อทดสอบก็ได้เช่นกัน

3. ลองบ้วนน้ำลายออกมา แล้วเอามาดม ปกติน้ำลายคนเรา จะไม่มีกลิ่น ถ้าน้ำลายมีกลิ่น แสดงว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อโรค หรือ น้ำลายนั้น ผ่านนิ่วที่ต่อมทอนซิล ทำให้เกิดกลิ่นปากออกมาได้

4. ขอร้องให้คนใกล้ชิด ช่วยบอกความจริง หากเขาหวังดีกับคุณ ก็อาจจะบอกความจริงให้รู้

เราจะแก้ปัญหากลิ่นปากได้อย่างไร?

1. รักษาสุขภาพปากและฟัน ด้วยการแปรงฟัน ที่ยาสีฟันมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เช้าและเย็น หากเป็นไปได้ อาจจะเพิ่มช่วงกลางวัน เพื่อสุขอนามัยช่องปากที่ดี

2. หลังแปรงฟันเสร็จ ควรใช้ไหมขัดฟัน เพื่อกำจัดเศษอาหาร ที่ยังติดอยู่ตามซอกฟันออกไป

3. ควรทำความสะอาดลิ้นทุกวัน เพราะลิ้นจะเป็นตัวกักเก็บเศษอาหารอย่างดี จึงทำให้มีแบคทีเรียมาอาศัยอยู่ และส่งผลให้มีกลิ่นปาก จึงควรใช้แปรงสีฟันแปรงลิ้นด้วย

4. ควรขูดหินปูนเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน หรือ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะว่าหินปูน เป็นสาเหตุหลักในการเกิดกลิ่นปาก

5. หากมีแผลในช่องปาก ควรรักษาแผลในช่องปากให้หาย ด้วยการทายาป้ายปาก แล้วอมด้วยน้ำเกลืออุ่นช่วยอีกทาง

6. พยายามหลีกเลี่ยงกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่น ที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก

7. เลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่มาทำให้เกิดกลิ่นปากได้

8. ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะหากปล่อยให้ปากแห้ง ความเข้มข้นของแบคทีเรียในปาก จะมีมากขึ้นจนเกิดกลิ่นปากได้

9. ควรดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำ เพราะน้ำมะนาว จะช่วยเพิ่มปริมาณของน้ำลาย ที่ช่วยชะล้างแบคทีเรียในช่องปาก อีกทั้งกรดซิตริกในมะนาว จะมีคุณสมบัติคล้ายกับกรดในน้ำลาย จึงสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในช่องปากเช่นกัน

10. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ที่มีกลิ่นแรงอย่างเช่น กระเทียม หรือยำปลากระป๋อง เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ จะเป็นวิธีการช่วยทำให้กลิ่นปากของคุณลดลง สำคัญที่สุดก็คือ การดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก นั่นเอง ยังไงลองนำไปใช้ดู เพื่อมิตรภาพของคุณกับคนใกล้เคียง จะได้กลับมาดีดังเดิม รู้จักวิธการดูแลช่องปากไปแล้ว มารู้จักกับเกมสล็อต เกมที่เล่นแล้วได้เงินกันดีกว่า วิธีเล่นเกมสล็อตเบื้องต้น ที่ควรรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง สล็อตออนไลน์ ทำเงินได้ ทุกที่ทุกเวลา

“กลิ่นปาก” ไม่ใช่เรื่องตลกของคนข้างๆ รู้แล้วรีบแก้ไขด่วน!